ขนาดอักษร

ข้อมูลกฎหมาย/กฎ คำพิพากษา คำสั่งของศาลปกครองสูงสุดในรูปแบบดิจิทัล
สรุปคำสั่งเกี่ยวกับวิธีการชั่วคราวก่อนการพิพากษา คดีที่ให้พลตำรวจเอก วิระชัย ทรงเมตตา สำรองราชการและให้พ้นจากตำแหน่งรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

สรุปคำสั่งเกี่ยวกับวิธีการชั่วคราวก่อนการพิพากษา คดีที่ให้พลตำรวจเอก วิระชัย ทรงเมตตา สำรองราชการ
และให้พ้นจากตำแหน่งรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

           คดีนี้พลตำรวจเอก วิระชัย ทรงเมตตา (ผู้ฟ้องคดี) ฟ้องว่า พลตำรวจเอก จักรทิพย์  ชัยจินดา ผู้ซึ่งดำรงตำแหน่งของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีมีหนังสือพิมพ์รายวันได้เสนอข่าวเกี่ยวกับบันทึกการสนทนาทางโทรศัพท์สั่งการคดีคนร้ายลอบยิงรถยนต์ของบุคคลหนึ่ง เมื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงเสร็จสิ้นแล้ว ผู้ซึ่งดำรงตำแหน่งของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรงผู้ฟ้องคดี หลังจากนั้นผู้ซึ่งดำรงตำแหน่งของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ได้มีคำสั่งให้ผู้ฟ้องคดีสำรองราชการ และต่อมาได้มีประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ผู้ฟ้องคดีพ้นจากตำแหน่งรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ผู้ฟ้องคดีจึงมีหนังสือร้องทุกข์ต่อผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 ซึ่งผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 พิจารณาแล้วมีมติยกคำร้องทุกข์ ผู้ฟ้องคดี จึงยื่นฟ้องต่อศาล ขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งเพิกถอนคำสั่งของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ที่ให้ผู้ฟ้องคดีสำรองราชการ และเพิกถอนประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีที่ให้ผู้ฟ้องคดีพ้นจากตำแหน่งรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และคำขออื่นที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ ผู้ฟ้องคดียังยื่นคำขอเกี่ยวกับวิธีการชั่วคราวก่อนการพิพากษา โดยขอให้ศาลมีคำสั่งทุเลาการบังคับตามคำสั่งของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ที่ให้ผู้ฟ้องคดีสำรองราชการ และทุเลาการบังคับตามประกาศของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 4 ที่ให้ผู้ฟ้องคดีพ้นจากตำแหน่งรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
          ศาลได้ตรวจพิจารณาคำฟ้อง คำขอของผู้ฟ้องคดีที่ขอให้ศาลมีคำสั่งเกี่ยวกับวิธีการชั่วคราวก่อนการพิพากษา และคำชี้แจงคัดค้านคำขอของผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสี่ รวมทั้งเอกสารต่าง ๆ ในสำนวนคดีแล้วเห็นว่า  ประการแรก ผู้ซึ่งดำรงตำแหน่งของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 เป็นผู้สั่งแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง และต่อมาผู้ซึ่งดำรงตำแหน่งของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ได้นำผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงมาใช้ในการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรงผู้ฟ้องคดี และต่อมาผู้ซึ่งดำรงตำแหน่งของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 มีคำสั่งให้ผู้ฟ้องคดีสำรองราชการ แม้พฤติการณ์หรือการกระทำของผู้ซึ่งดำรงตำแหน่งของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 จะมิใช่ความไม่เป็นกลางโดยสภาพภายนอกตามมาตรา 13 แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 ก็ตาม แต่เห็นว่า พฤติการณ์ของผู้ซึ่งดำรงตำแหน่งของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงกับเรื่องดังกล่าวมาตั้งแต่ต้น จึงถือว่าผู้ซึ่งดำรงตำแหน่งของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 มีสภาพร้ายแรงอันอาจทำให้การพิจารณาทางปกครองไม่เป็นกลางโดยสภาพภายในตามมาตรา 16 แห่งพระราชบัญญัติเดียวกัน และกรณีผู้ซึ่งดำรงตำแหน่งของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ออกคำสั่งให้ผู้ฟ้องคดีสำรองราชการนี้มิใช่กรณีมีความจำเป็นเร่งด่วนหากปล่อยให้ล่าช้าไปจะเสียหายต่อประโยชน์สาธารณะหรือสิทธิของบุคคลจะเสียหายโดยไม่มีทางแก้ไขหรือไม่มีเจ้าหน้าที่อื่นปฏิบัติหน้าที่แทนได้ เนื่องจากผู้ซึ่งดำรงตำแหน่งของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ได้มีคำสั่งมอบหมายให้ข้าราชการตำรวจปฏิบัติหน้าที่ราชการแทนผู้ซึ่งดำรงตำแหน่งของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ไว้แล้ว การสั่งให้ผู้ฟ้องคดีสำรองราชการจึงไม่ได้อยู่ในข้อยกเว้นของมาตรา 18 แห่งพระราชบัญญัติเดียวกัน การที่ผู้ซึ่งดำรงตำแหน่งของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 มีคำสั่งให้ผู้ฟ้องคดีสำรองราชการจึงน่าจะไม่ชอบด้วยกฎหมาย และมีผลทำให้ประกาศของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 4 ตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีที่ให้ผู้ฟ้องคดีพ้นจากตำแหน่งรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติน่าจะไม่ชอบด้วยกฎหมายไปด้วย  ประการที่สอง การให้คำสั่งของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ที่ให้ผู้ฟ้องคดีสำรองราชการ และประกาศของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 4 ที่ให้ผู้ฟ้องคดีพ้นจากตำแหน่งรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติมีผลใช้บังคับต่อไปเป็นกรณีที่ยากแก่การเยียวยาแก้ไขความเสียหายให้แก่ผู้ฟ้องคดีได้ในภายหลัง และประการที่สาม การให้ทุเลาการบังคับตามคำสั่งของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ที่สั่งให้ผู้ฟ้องคดีสำรองราชการ และประกาศของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 4 ที่ให้ผู้ฟ้องคดีพ้นจากตำแหน่งรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติไม่เป็นอุปสรรคแก่การบริหารงานของรัฐหรือแก่บริการสาธารณะแต่อย่างใด เมื่อคำขอของผู้ฟ้องคดีครบเงื่อนไขทั้งสามประการ  ศาลจึงมีคำสั่งทุเลาการบังคับตามคำสั่งของผู้ถูกฟ้องคดี 1 ที่สั่งให้ผู้ฟ้องคดีสำรองราชการ และประกาศของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 4 ที่ให้ผู้ฟ้องคดีพ้นจากตำแหน่งรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ไว้เป็นการชั่วคราวจนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาหรือคำสั่งเป็นอย่างอื่นตามข้อ 72 วรรคสาม แห่งระเบียบของที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2543

                                                                           สำนักงานศาลปกครอง 16 กรกฎาคม 2564

วันทีประกาศข่าว: 16 ก.ค. 2564

เอกสารประกอบ






ข่าวอื่นๆ ในหมวดประชาสัมพันธ์

ศาลปกครองเพชรบุรี เข้าร่วมบันทึกเทปโทรทัศน์ถวายพระพรชัยมงคลเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระ...
5 ส.ค. 2564 อ่านต่อ
การบรรยายในหัวข้อ การบังคับทางปกครอง ตามความร่วมมือระหว่าง สำนักงานศาลปกครอง กับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ใน...
5 ส.ค. 2564 อ่านต่อ
การบรรยายในหัวข้อ หลักกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง ตามความร่วมมือระหว่าง สำนักงานศาลปกครอง กับสำนักงานคณะกรรม...
4 ส.ค. 2564 อ่านต่อ
ศาลปกครองกำหนดมาตรการการให้บริการประชาชน โดยปรับให้สอดคล้องตามข้อกำหนดในสถานการณ์ฉุกเฉิน (ฉบับที่ 30) ระหว่างวันที่ 3 - ...
3 ส.ค. 2564 อ่านต่อ
ศาลปกครองสงขลา ร่วมบันทึกเทปโทรทัศน์รายการพิเศษถวายพระพรเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบร...
3 ส.ค. 2564 อ่านต่อ
สำนักงานศาลปกครอง ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จัดอบรมหลักสูตร เสริมสร้างความรู้เกี่ยวกับหลักกฎหมายปกค...
2 ส.ค. 2564 อ่านต่อ